อะเซโรลา เชอร์รี่

Acerola Cherry
อะเซโลรา เชอร์รี่ (Acerola Cherry)  เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี มีโปรตีนและแร่ธาตุสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสาระสำคัญตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล และจากผลการวิจัยพบว่า อะเซโรลา เชอร์รี่ มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มถึง 65 เท่า 
1. เร่งสร้างเสริมคอลลาเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน
 เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจึงช่วยเร่งการสร้างเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยและทำให้ผิวยังคงกระชับและยืดหยุ่นอยู่เสมอ
 จากงานวิจัยหนึ่งที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปี และบริโภควิตามินซีปริมาณสูง ในการรับประทานอาหารทุกวันจะมีโอกาสเกิดรอยเหี่ยวย่นใบหน้าได้น้อยกว่าผู้หญิงอายุเท่ากันที่บริโภควิตามินซีในปริมาณที่น้อยกว่า 
     นักกำหนดอาหาร โจ ทราเวอร์ (Jo Travers) กล่าวว่า วิตามินซีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการก่อตัวของคอลลาเจน หากไม่มีแล้ว.. กรดอะมิโนจะไม่เชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นคอลลาเจนได้ 
2. ทำหน้าที่เป็นตัวสมานผิว พร้อมลดเลือนริ้วรอย
 ประโยชน์อีกอย่างประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ต่อผิวหนังคือเป็นตัวช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง และกระทั่งช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารได้  นอกจากนั้น น้ำจากเชอร์รี่ดังกล่าวสามารถใช้เป็นยาน้ำป้วนปากที่ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพได้อีกด้วย 
3. ปกป้องผิว
 การบริโภคอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวของคุณจะได้รับการปกป้องจากตัวทำให้เกิดความตึงเครียดจากสารเคมี(Chemical Stressor) อย่างควันบุหรี่ มลพิษ และสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ 
4. เร่งการฟื้นฟูสภาพผิว
  อะเซโรลาเชอร์รี่สามารถช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น และกระทั่งรอยแตกลายได้ด้วย 
5. ต่อสู้กับการเสื่อมสภาพของผิว
 ไบโอฟลาโวนอยด์ เป็นส่วนสำคัญในการชะลอการเสื่อมสภาพของผิวออกไปส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ยังช่วยต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ริ้วรอยร่องตื่น รอยตีนกา รอยใต้โหนกแก้ม จุดด่างดำรอยหมองค้ำฯลฯ 
6. ต่อต้านอนุมูลอิสระ
 วิตามินซีที่มีอยู่มากใน Acerola Cherry ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากการถูกทำลายได้  เนื่องจากอนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียร ทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและถูกทำลายในที่สุด อีกทั้งอนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ 
7. ซ่อมแซมเซลล์ผิวเสีย
  อะเซโรลาเชอร์รี่ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ผิวสวยงามและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น
• วิตามินเอช่วยให้ผิวหนังสามารถต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดผิวเสียได้ 
• ส่วนวิตามินบี — บี 1 บี 2 บี 3 — จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย 
• วิตามิน บี 5 ใน อะเซโรล่าเชอร์รี่ ยังช่วยลดระดับคอสเลสเตอรอล ซึ่งในระยะยาวช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจได้ 
8. ทำให้ผิวขาวขึ้น
 หากคุณบริโภคอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นประจำ จะพบว่าผิวของคุณจะขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้น และมีโทนสีผิวดีขึ้นโดยไม่ทำให้โทนสีผิวผิดเพี้ยนไปและเกิดรอยตำหนิขึ้นมา อีกทั้ง ผิวที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีมากผิดปกติอย่างกระและจุดเม็ดสีที่มีสาเหตุจากวัยจะมีสีที่สว่างขึ้นตามโทนสีผิวของคุณ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวพรรณของคุณมีสุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ 
9. ปกป้องจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิว
 ประโยชน์ต่อผิวหนังอีกประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ คือ สามารถปกป้องคุณจากรังสียูวีได้ โดยปริมาณวิตามินเอในอะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากรังสีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายได้ เพราะหากคุณสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไปจะทำให้ผิวเสีย ซึ่งในกรณีเลวร้ายที่สุดนั้นจะนำไปสู่มะเร็งผิวหนังที่ไม่มีต้องการให้เกิดขึ้นได้ 
10. ทำให้ผิวชุ่มชื้น
 สารอาหารต่างๆ มากมายในอะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยทำให้ผิวหนังของคุณอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ได้ ไม่ว่าผิวของคุณจะเป็นประเภทใดก็ตาม 
สุขภาพและสภาพของผิวหนังนั้นขึ้นกับความชุ่มชื้นเป็นหลัก หากผิวหนังไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว กระบวนการต่างๆ ทางธรรมชาติของผิวอย่างการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติไป และอาจนำไปสู่สภาพผิวที่อักเสบได้
ผิวหนังของคนเราทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันร่าวกายจากการติดเชื้อต่างๆ หากผิวแห้งจนเกินไปจะเกิดการแตก ทำให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
นอกเหนือไปจากนี้ การทำให้ผิวอิ่มน้ำอยู่เสมอครับจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในระยะยาว โดยเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพของผิวอาจน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากคุณได้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวไว้ในช่วงที่อายุยังน้อยนั่นเอง 
11. จัดการกับสิ่วและปัญหาผิวหนังอื่นๆ
 ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับผิวอย่างสิว โรคสะเก็ดเงิน และผิวหนังอักเสบนั้นมักเกิดจากผิวหนังขาดวิตามินซีทั้งสิ้น   แต่ด้วยอะเซโรลาเชอร์รี่มีวิตามินซีตามธรรมชาติสูง การบริโภคอาหารที่มีวิตามินซีนี้ตามปกติจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหนังเหล่านั้นอีกต่อไป
วิตามินซียังมีประสิทธิภาพในการกำจัดสิวและแผลเป็น เพราะมันช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลและการลดรอยแดงของร่างกาย  และวิตามินซีนี้ยังช่วยลด Cortisol ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวอีกด้วย

 

แหล่งที่มา
0. https://www.naturalhealth365.com/vitamin_c_foods.html/
1. http://ajcn.nutrition.org/content/86/4/1225
2. http://alivebynature.com/acerola-cherry-benefits-for-skin-you-need-to-know-asap/
3. https://www.organicfacts.net/health-benefits/fruit/acerola.html
4. http://www.healthline.com/health/food-nutrition/acerola-cherry
5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5256894/
6. https://www.healthbenefitstimes.com/acerola-cherry/
7. https://phamix.com/2009/02/superfruits-in-skin-care-acerola/
8. http://www.antioxidant-fruits.com/acerola-cherry.html
9. http://www.nutritiousfruit.com/acerola-cherry.html
10. http://www.herbapol.co.uk/immunity/204-acerola-an-enormous-source-of-organic-vitamin-c
11. https://www.healthbenefitstimes.com/acerola-cherry/
12. http://livewell.jillianmichaels.com/benefits-acerola-cherry-4972.html
13. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19060403
14. http://www.valuefood.info/3045/11-health-benefits-of-acerola/
15. https://www.medicalnewstoday.com/articles/164494.php
16. https://www.acne.org/messageboard/topic/97793-im-megadosing-vitamin-c-and-im-loving-it/
17. https://www.skyntherapyblog.com/vitamin-c-heal-acne-scars/
18. http://fitlife.tv/top-5-reasons-your-thyroid-needs-vitamin-c-original/
19. http://www.healthline.com/health/food-nutrition/acerola-cherry
20. https://www.pressreader.com/thailand/bangkok-post/20151227/282063390933919
21. http://www.herbwisdom.com/herb-acerola.htm

Copyright © by fullvital.co.nz 2019